Category: ที่ท่องเที่ยว

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สะพานข้ามแม่น้ำแควสร้างขึ้นในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟของกองทัพญี่ปุ่นจากสถานีชุมทางหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ไปเมืองธันบูซายัต ประเทศพม่า ซึ่งการสร้างทางรถไฟเส้นทางดังกล่าว บางแห่งต้องทำสะพานข้ามน้ำลึกและเชี่ยวกราก

กองทัพญี่ปุ่นเลือกสร้างสะพานข้ามน้ำแควใหญ่ที่บริเวณบ้านท่ามะขาม (สมัยนั้นเรียกว่าบ้านท่าม้าข้าม) ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี เนื่องจากพื้นดินด้านล่างมีความหนาแน่น ระยะแรกสร้างเป็นสะพานไม้ชั่วคราวก่อน ห่างจากสะพานปัจจุบัน 100 เมตร ใช้เวลาในการก่อสร้าง 3 เดือน ต่อมา สร้างเป็นสะพานเหล็กถาวรโดยนำเหล็กจากมะลายูมาประกอบกัน วางรางโดยเชลยศึกชาวอังกฤษ สะพานมีความยาวทั้งหมด 300 เมตรแบ่งเป็น 11 ช่วงตอม่อคอนกรีต เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2486 ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2487 ในระหว่างสงครามสะพานข้ามแม่น้ำแควถูกทหารสัมพันธมิตรโจมตีทางอากาศโดยการทิ้งระเบิดอย่างหนักจนสะพานหักท่อนกลาง ซึ่งต่อมาญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2488

ศาลหลักเมืองกาญจนบุรี
(Kanchanaburi City Pole)

ศาลหลักเมืองกาญจนบุรีสร้างขึ้นใหม่แทนศาลเดิมซึ่งชำรุดในสมัยพระยาประสิทธิสงคราม (รามภักดี ศรีวิเศษ)เจ้าเมืองกาญจนบุรีคนที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2503 เป็นอาคารจัตุรมุขหลังคาทรงไทย ภายในประดิษฐานหลักเมืองซึ่งเป็นเสาหัวเม็ดทรงมัน ด้านหน้ามีศิลาจารึกและจารึกไม้สักระบุวัน เดือน ปีที่สร้างเมืองศาลหลักเมืองเป็นที่เคารพสักการะของชาวกาญจนบุรี โดยเทศบาลเมืองกาญจนบุรีได้จัดงานไหว้ศาลหลักเมืองประจำทุกปี ในวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6

ศาลหลักเมืองกาญจนบุรี เปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนสักการะทุกวันระหว่างเวลา 05.00-20.00 น.

ปากแพรก ถนนเก่าเล่าเรื่องมองกาญจนบุรี ถนนคนเดินย่านปากแพรก เป็นย่านเก่าแก่ของจังหวัด แต่ช่วงหลังผู้คน นักเดินทางเริ่มรู้จักมากขึ้น ก็ด้วยพระบรมี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เพราะพระองค์ท่านเป็นคนพื้นเพย่านปากแพรก แต่ว่าย่านปากแพรกนั้น มีความสำคัญมาพร้อมๆกับกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๓ พระองค์ทรงมีพระราชองค์การโปรดเกล้า ให้ย้ายเมืองกาญจนบุรี จากเดิมที่อยู่ท่าเสาเขาชนไก่ มาตั้งใหม่ณ ปากแพรก จนถึงปัจจุบัน ซึ่งตรงนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์อันยอดเยี่ยม ด้วยว่ามีลำน้ำสองสายไหลมาบรรจบ ได้แก่ ลำน้ำแควน้อย ลำน้ำแควใหญ่ สองสายน้ำบรรจบกัน เกิดเป็นแม่น้ำแม่กลอง ไหลลงไปสู่ปากอ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรสงคราม

ปากแพรก มีความสำคัญ :   ในฐานะเป็นชุมชนเก่าแก่ จุดเริ่มต้นของถนนเส้นนี้เริ่มที่ประตูเมืองเก่าซึ่งอยู่มาถึงปัจจุบัน มีการสร้างอาคารบ้านเรือน เรียบ เรียง ไปตามกำแพงด้านหน้าเมืองกาญจนบุรี ไปจนถึงบริเวณวัดเทวสังฆาราม ส่วนอีกปากทางถนนนั้น ไปเชื่อมเส้นทาง ผ่านหน้าจวนผู้ว่า ศาลหลักเมือง มุ่งหน้าออกสู่ถนนแสงชูโต ตลาดโต้รุ่ง ตลาดโต้รุ่งแห่งนี้ ได้หล่อเลี้ยงปากท้อง ชาวไทย ชาวต่างชาติและผู้คนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน เห็นตลาดโต้รุ่งแล้วก็ให้รู้สึกว่าดีขึ้นมาก ป้ายราคาอาหารชัดเจนแถมมีภาษาต่างชาติ ราคาอาหารให้ชาวต่างชาติได้เห็นกันอย่างชัดเจน

เส้นทางเชื่อมโยงท่องเที่ยว : ในบริเวณใกล้เคียง ใครมีแรงมาก ก็สามารถเดิน หรือหาเช่ารถจักรยานปั่นชมสถานที่ใกล้เคียงได้รอบๆบริเวณ ได้แก่ วัดเทวสังฆาราม(วันเก่าแต่ครั้งสมัยอยุธยา) , หอประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช , สุสานทหารสัมพันธมิตร , สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นต้น ซึ่งที่กล่าวมาเป็นวงแหวน ที่สามารถท่องเที่ยวเดินทางในบริเวณเมืองกาญจนบุรี

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง : ในทุกวันเสาร์เวลา 16.00-21.00 น. บริเวณชุมชนปากแพรกและถนนสายปากแพรก จะมีการจัดกิจกรรมถนนคนเดินและมีสินค้าจำหน่ายนักท่องเที่ยวและประชาชน

ผนที่

ปฏิทิน

พฤศจิกายน 2020
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30